ช่วงข่าวฟังสบาย “โลกทิ้งขว้างอาหารปีละ 2 พันล้านตัน”

ช่วงที่สองสาระฟังสบาย “5 สหายรสจัด วายร้ายทำลายสุขภาพคนยุคใหม่”

ช่วงบันเทิงสบาย มีหนังสือนอกเวลาที่ให้ความรู้และความบันเทิงเรื่องเรื่อง  “ชีวิตนี้คุณมีได้ทุกอย่าง  จงสร้างมันขึ้นมา” และ “ความสุขที่ล้ำค่า”

 

ม.ค. 31st by 89-5MHZ

ช่วงหมุนตามเทคโนโลยี กสทช.-ไทยพีบีเอส ทดลองออกอากาศระบบดิจิตอล

ช่วงหมุนตามเศรษฐกิจและสังคม ผู้สูงอายุไทยมีมากสุดในประเทศอาเซียน

ช่วงหมุนตามโลกเด็กและเยาวชน กินฟาสต์ฟู้ดบ่อย เสี่ยงโรคหอบหืด

 

ม.ค. 31st by 89-5MHZ

นางอำภา รุ่งปิติ รองผู้ว่าการ รักษาการแทนผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี การก่อตั้งองค์กร ในวันที่ 12 ก.พ.56 การเคหะแห่งชาติมุ่งมั่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม เสมอมา ด้วยการจัดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำไปปฏิบัติจริงกับชุมชนได้ ล่าสุดเตรียมจัดทำ “โครงการช่างอาสาเพื่อพัฒนาชุมชน” ขึ้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติมีโอกาสได้รับบริการ งานช่างด้านต่างๆ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริงจากการลงพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการไปประกอบอาชีพหลังจบการศึกษา

สำหรับโครงการดังกล่าว การเคหะแห่งชาติได้ประสานความร่วมมือกับ 9 สถาบัน การศึกษาที่มีการเรียนการสอนในสายวิชาชีพด้านช่าง อาทิ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ และ ครุศาสตร์อุตสาหกรรม ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี วิทยาลัยเทคโนโลยีบางกะปิ วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลีเทคนิค วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคนิควิทยา และวิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี เพื่อให้เกิดความร่วมมือในลักษณะภาคีเครือข่ายด้านการให้บริการและการถ่าย ทอดความรู้เกี่ยวกับงานช่างชุมชน ทั้งช่างไฟฟ้า เครื่องยนต์ เครื่องปรับอากาศ และก่อสร้าง โดยในเบื้องต้นจะร่วมกันลงพื้นที่เพื่อสอบถามความต้องการของแต่ละชุมชนที่ การเคหะแห่งชาติได้คัดเลือกไว้ประมาณ 29 ชุมชน เพื่อจัดทำแผนการปฏิบัติงานร่วมกัน คาดว่าจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันในวันที่ 14 ก.พ.56 ณ สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ

 

ที่มา http://www.banmuang.co.th

ม.ค. 31st by 89-5MHZ


ขอเชิญนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.4-ม.6 สายวิทย์-คณิต ที่สนใจเข้าร่วม  โครงการค่ายเปิดโลกสัตวแพทย์ฟ้าหม่นยางนา 7-9 มีนาคม 2556 น้องๆ คนไหนที่มีความสนใจ อยากจะเรียนสัตวแพทย์ อยากรู้ว่าเรียนกันยังไง ก็ขอเชิญชวนมาร่วมสนุกกับพี่ๆ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยได้นะค่ะ

*น้องๆ สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่*
http://www.upload-thai.com/download.php?id=d56d3328e138f892f1388da7dfaec390

http://www.facebook.com/FahmhonYangNa

*สามารถส่งใบสมัครมาตามที่อยู่ด้านล่างนี้เลยจ๊ะ*
ช่องทางการส่งใบสมัครจ้า new !!
สามารถส่งได้ทั้งทางไปรษณีย์ & e-mail จ้า

– ส่งทางไปรษณีย์มาที่ ฝ่ายพัฒนานักศึกษา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช เลขที่ 133 ม.5 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช 80240

– หรือส่งมาทางอีเมลล์ที่ fahmonyangna@gmail.com จ้า

ด่วนปิดรับสมัครวันที่ 15 กพ 2556 !!!!! รับเพียงแค่ 60 คน เท่านั้น ส่งมาทางช่องทางใดก็ได้จ้า

ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมทางแฟนเพจนี้ในวันที่ 17 กพ 2556

*สอบถามเพิ่มเติมได้ที่*

พี่ยิว 0800365860
พี่ฟ้า 0808876080
พี่เฟิร์น 0823339287

ที่มา http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2674341

ม.ค. 31st by 89-5MHZ

“ปฏิบัติการทัศนศิลป์” นี่เป็นชื่อของหนึ่งในโครงการที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์) ดำเนินการมาเป็นประจำทุกปี เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการเรียนการสอนทางด้าน “ศิลปกรรม” โดยตรง เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ นักวิชาการ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป ได้มีโอกาสเห็นการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมของศิลปินไทยและต่างประเทศอย่างหลาก หลาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อวงการศิลปะโดยตรง

และจากการที่ปี 2556 นี้ เป็นปีครบรอบ 100 ปี วิทยาลัยเพาะช่าง ประกอบกับเพื่อเป็นการเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทาง มทร.รัตนโกสินทร์ ได้ร่วมกับสภาศิลปกรรมไทยแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ยกระดับการจัดทำโครงการปฏิบัติการทัศนศิลป์เป็นกรณีพิเศษ ในชื่อ ’โครงการปฏิบัติการทัศนศิลป์ และนิทรรศการนานาชาติ ครั้งที่ 9 (9  International Visual Art Workshop and Exhibition)“ ซึ่งก็ยิ่งมีความน่าสนใจ

ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะ ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินอิสระ ศิลปินอาจารย์ในสถาบันการศึกษา ที่เป็น “ศิลปินไทย” กว่า 150 คน และ “ศิลปินนานาชาติ” เกือบ 100 คน คือตัวจักรสำคัญของโครงการ และนิทรรศการนานาชาติในครั้งนี้ โดยโครงการนี้มีการปฏิบัติการไปเมื่อวันที่ 21-23 ม.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ คำสุข แก้วมิ่งเมือง ศิลปินแห่งชาติลาว เผยกับ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ที่เข้าร่วมสังเกตการณ์งานใหญ่ในแวดวงศิลปกรรมครั้งนี้ โดยบอกว่า…ได้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติการทัศนศิลป์ 2 ครั้งแล้ว ซึ่งชอบมาก

“ทุกครั้งที่ได้เข้าร่วมล้วนมีความหมาย สิ่งที่ดีคือ ได้มาร่วมทำงานกับศิลปินด้วยกัน ได้ยกระดับงานศิลปะของตัวเอง ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน ๆ ศิลปิน ชอบโครงการนี้มาก เพราะมีบรรยากาศการทำงานที่ครึกครื้น มีความเป็นกันเองกับเพื่อน ๆ และได้เห็นงานศิลปะของศิลปินอื่น ๆ”…ศิลปินจากลาว กล่าว

ขณะที่ แดเนียล เจย์ ศิลปินจากประเทศแคนาดา บอกว่า… มาร่วมงานตามโครงการนี้เป็นครั้งแรก ที่ผ่านมาก็อยากมาร่วมงานมาก เพราะจะได้แลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านศิลปะกับเพื่อน ๆ ศิลปินด้วยกัน

“ความประทับใจงานนี้คือ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน และพบปะศิลปินด้วยกัน ประทับใจประเทศไทยและคนไทยมาก และในปีหน้า ถ้าได้รับเชิญ ก็จะมาร่วมโครงการนี้อีก”…ศิลปินจากประเทศแคนาดา ระบุ

นี่เป็นความรู้สึกของสองในเกือบร้อยศิลปินต่างชาติที่เข้าร่วม ที่มาจากหลายประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา นอร์เวย์ อิตาลี เยอรมนี ออสเตรเลีย คาซัคสถาน แอฟริกาใต้ โดมินิกัน เลบานอน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน มองโกเลีย อินเดีย ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย พม่า เวียดนาม และลาว

ศิลปินไทย ศิลปินซีกโลกตะวันออก-ตะวันตก

มาร่วมแลกเปลี่ยน ในเวทีวงการศิลปะในไทย

รองอธิการบดี สำนักบริหารเพาะช่าง อ.พนม พรกุล กล่าวกับ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ว่า…ในแวดวงศิลปะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความเคลื่อนไหวทางศิลปะ ซึ่งโครงการนี้ช่วยให้ครูอาจารย์ นักศึกษาศิลปะ ได้เห็นความแตกต่างของศิลปะแต่ละซีกโลกว่าต่างกันอย่างไร และไม่เพียงได้เห็นชิ้นงานที่สร้างสรรค์สำเร็จแล้วอย่างเดียว แต่ยังได้เห็นแนวทาง เทคนิค วิธีการ ได้เห็นในระหว่างการปฏิบัติด้วย ซึ่งก็จะยิ่งส่งเสริมการเรียนรู้

“สิ่งที่ได้เต็ม ๆ จากโครงการนี้คือ นิสิตนักศึกษาได้เข้ามาดู ได้ซักถามกับศิลปินโดยตรง มีการจัดล่ามอำนวยความสะดวกให้ได้เรียนรู้เทคนิควิธีการทำงานต่าง ๆ มากมาย”…อ.พนม ระบุ และยังบอกอีกว่า… ทางเพาะช่างได้ทำงานด้านนี้มาโดยตลอด ทำมานานแล้ว และก็อยากให้ฝ่ายต่าง ๆ มาร่วมกัน มาช่วยกันสนับสนุน

ทางด้าน รศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ ระบุไว้ว่า… การจัดโครงการปฏิบัติการทัศนศิลป์ และนิทรรศการนานาชาติครั้งนี้ นอกจากศิลปินไทยจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับศิลปินนานาชาติ เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ และผู้สนใจ ได้เห็นกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะของศิลปินแต่ละคนแล้ว “ยังเป็นการพัฒนาและสะสมความรู้ทางวิชาการศิลปะ กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ ซึ่งเปรียบเสมือน ห้องเรียนศิลปกรรมที่มีชีวิต ที่สร้างองค์ความรู้ที่หลากหลายทางศิลปะ”

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจด้านศิลปกรรม แต่ไม่ได้เข้าร่วมชมการปฏิบัติการทัศนศิลป์ ที่จัดไปแล้วเมื่อวันที่ 21-23 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็ใช่ว่าจะพลาดแล้วพลาดเลย เพราะยังมีการจัดแสดงผลงานของศิลปินเป็น นิทรรศการนานาชาติ ณ หอศิลป์เพาะช่าง ระหว่าง 24 ม.ค.–20 ก.พ. 2556 และหลังจากนั้นผลงานของศิลปินทุกคนที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติการทัศนศิลป์ และนิทรรศการนานาชาติ ครั้งที่ 9 ณ วิทยาลัยเพาะช่าง มทร.รัตนโกสินทร์ ก็จะถูกนำไปจัดแสดง ณ อุทยานศิลปะและวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ระหว่าง 1 – 30 มี.ค. 2556 ด้วย ซึ่งผู้ที่สนใจด้านศิลปกรรมก็สามารถจะไปสัมผัสผลงานและไปศึกษาเรียนรู้กัน ได้ในระดับหนึ่ง

นี่ก็เป็นอีก ’ความเคลื่อนไหวทางศิลปะ“

เคลื่อนไหวในไทยแต่ก็เป็น ’นานาชาติ“

และ ’มีประโยชน์ต่อวงการศิลปะไทย“.

ที่มา http://www.dailynews.co.th/article/223/181469

ม.ค. 31st by 89-5MHZ

สาเหตุสำคัญความเสื่อมโทรมของแม่น้ำ คู คลอง ทะเลสาบ หนอง บึง และแหล่งน้ำต่างๆ ล้วนเป็นเหตุผลให้เกิดการสูญพันธุ์ของสายพันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลา

ประการสำคัญอันนำมาซึ่งความเสื่อมโทรมล้วนมาจากมนุษย์เป็นหลัก ดังนั้น หากมองเชิงลึกภาพที่สะท้อนบางอย่างอาจทำให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เช่น คู คลอง อันเคยเป็นเส้นชีวิตของชุมชนถูกเปลี่ยนเป็นที่ถ่ายเทของเสียของชุมชน ระบบนิเวศที่ปล่อยให้กระแสน้ำไหลไปตามธรรมชาติกลับสร้างเขื่อนกักกั้นเป็น น้ำนิ่ง หรืออ่างเก็บน้ำบางแห่งที่ต้องการสร้างขึ้นเพื่อนำน้ำมาใช้ประโยชน์ แต่ไปสร้างผลเสียให้แก่ระบบนิเวศและสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนที่ใช้ ประโยชน์มาแต่เดิม

อันนี้ยังไม่รวมถึงการเพิ่มขึ้นของประชากรที่มีมากขึ้น เรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดความจำเป็นที่ต้องรุกล้ำเข้าไปในเขตธรรมชาติจนกระทั่งมีการก่อ สร้างมากมายและถมทำลายพื้นที่ชุ่มน้ำและกีดขวางทางเดินของน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ถนน สนามบิน โรงงานอุตสาหกรรม และนำมาสู่การปล่อยของเสียจากบ้านเรือน โรงงาน

สิ่งเหล่านี้มักพบเห็นได้ง่ายตามเมืองต่างๆ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าผลลัพธ์จากสิ่งเหล่านี้ทำให้สัตว์น้ำและระบบนิเวศขาด สมดุลไปทันที ปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือ การพลิกฟื้นให้ธรรมชาติเหล่านั้นกลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือแม้แต่อากาศ

มีหลายองค์กรที่ตระหนักถึงเรื่องนี้ และมีความพยายามที่จะแก้ปัญหาในแต่ละเรื่อง แต่ละประเด็น สุดแต่ว่าใครจะเป็นเจ้าภาพและรับผิดชอบเรื่องใดโดยตรงเท่านั้น

สาขาวิชาเทคโนโลยีการประมง คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ และเล็งเห็นว่าควรบริหารจัดการทรัพยากรด้านประมงและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มี ประสิทธิภาพ มุ่งนำเทคโนโลยีมาพัฒนาให้เกิดประสิทธิผลต่อภาคครัวเรือนและประเทศชาติ ดังนั้น ภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งคือการสำรวจ รวบรวมปลาพื้นบ้านประจำท้องถิ่นในจังหวัดจันทบุรีให้เป็นระบบ ศึกษาชีววิทยาพื้นฐาน จัดการเพาะและขยายพันธุ์ปลาทุกชนิดเพื่อให้ได้จำนวนปลามากที่สุด แล้วจึงนำไปปล่อยลงแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เพื่อสร้างความสมดุลในอนาคต

อาจารย์วัชระ น้อยคงคา อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการประมง เล่าว่า หน้าที่คือ การเร่งเพาะพันธุ์ เพื่อขยายจำนวนปลาพื้นบ้านที่ใกล้สูญพันธุ์ให้เพิ่มขึ้นมามากแล้วนำไปปล่อย ลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติเพื่อการอนุรักษ์

สำหรับปลาพื้นบ้านที่เป็นปลาประจำท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรีมีหลาย ชนิด หลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มปลาซิว เช่น ซิวหางแดง ซิวข้างขวาน  ซิวควาย เป็นต้น กลุ่มปลาตะเพียน เช่น แก้มช้ำ ตะเพียนขาว สร้อยนกเขา เสือสุมาตรา เป็นต้น กลุ่มปลากด เช่น แขยงหิน กดเหลือง กลุ่มปลาหายาก เช่น ดุมซี เสือดำ จิ้งจก และดุกลำพัน เป็นต้น
ภายหลังที่ได้มีการลงพื้นที่เก็บรวบรวมสายพันธุ์ปลาประจำถิ่นได้ตาม ที่ต้องการระดับหนึ่ง จึงนำปลาเหล่านั้นมาแสดงให้ประชาชนชม และได้รับความสนใจเป็นอย่างดี จนนำมาสู่การเปิดเป็น “สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำพื้นบ้าน” ในเวลาต่อมา

อาจารย์วัชระ บอกต่อว่า ไม่เพียงแค่การเพาะขยายพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์เท่านั้น แต่เนื่องจากปลาท้องถิ่นบางชนิดที่มีความสวยงามและเหมาะกับการนำไปเลี้ยง เป็นปลาตู้ ดังนั้น เมื่อทางคณะสามารถเพาะพันธุ์ได้สำเร็จ จึงมีการต่อยอดด้วยการส่งเสริมให้ผู้สนใจทั่วไปนำความรู้ เทคนิค การเพาะพันธุ์ไปประกอบอาชีพหารายได้เสริม

ปลาชนิดนี้อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาอะโรวาน่า เป็นปลาสวยงามที่มีขนาดใหญ่ และนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะถือเป็นปลามงคลและนำโชค ส่วนที่มีชื่อเรียกตะพัด เพราะเป็นชื่อที่เรียกของทางจังหวัดจันทบุรีและตราด และยังพบครั้งแรกที่ตราด

ส่วนแหล่งอื่นที่พบ ได้แก่ ทางภาคใต้ เช่น ที่สุราษฎร์ธานี ยะลา และปัตตานี ซึ่งจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า “ปลาทองอ่อน”

ปลาตะพัด มีการนำมาใช้ประโยชน์ทั้งการบริโภคหรือเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม แต่ที่ได้รับความนิยมมากคือ การนำไปเลี้ยงเป็นปลาสวยงามมากกว่า ที่น่าตกใจมาก เพราะปลาพันธุ์นี้กำลังใกล้สูญพันธุ์ไปจากภาคตะวันออก

ดังนั้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรปลาสวยงามที่มีค่าชนิดนี้ไว้ จึงทำงานวิจัยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความดกของไข่ อัตราการรอดตาย และเพาะขยายพันธุ์ปลาให้มีจำนวนมากก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ
อาจารย์วัชระ อธิบายถึงวิธีการและขั้นตอนการเพาะปลาตะพัดในช่วงเริ่มต้นว่า จะต้องเก็บข้อมูลจากแหล่งที่พบพันธุ์ปลาก่อน แล้วหาข้อมูลการเลี้ยงปลาชนิดนี้จากชาวบ้าน จากนั้นจึงซื้อลูกพันธุ์ปลาชนิดนี้จากชาวบ้านที่เก็บ แล้วนำไปเพาะเลี้ยงด้วยการเตรียมบ่อดินสำหรับเลี้ยง พ่อ-แม่พันธุ์ ขนาด 2 ไร่ ลึก 2.50 เมตร บริเวณขอบบ่อปลูกพรรณไม้น้ำจำพวกอะเมซอนและกก จากนั้นปล่อย พ่อ-แม่พันธุ์ ที่มีอายุ 2 ปี แล้วเลี้ยงรวมกัน

เตรียมบ่อดินอีกแห่งสำหรับใช้เป็นบ่อเพาะ ที่มีขนาด 10 คูณ 20 เมตร จำนวน 4 บ่อ แล้วให้ปรับสภาพน้ำเหมือนบ่อเลี้ยง จากนั้นแยก พ่อ-แม่พันธุ์ ที่มีการจับคู่กันลงในบ่อ พรางด้วยซาแรนที่มีความทึบแสง 60 เปอร์เซ็นต์ ติดตั้งไว้ข้างบ่อ แล้วให้อาหารปลาด้วยปลาข้างเหลือง วันละ 1 ครั้ง

ระหว่างที่ปลามีการจับคู่และจะวางไข่ในราวเดือนมีนาคม-เมษายน  โดยในช่วงนี้ให้สังเกตบริเวณคางจะโป่งพองออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ริมฝีปาก บน-ล่าง ปิดไม่สนิท เมื่อเห็นความผิดปกติเช่นนี้เกิดขึ้น ให้ใช้อวนขนาดเล็ก ตาถี่ จับ พ่อ-แม่ ปลาที่คิดว่ามีไข่อยู่ในปากเพื่อเปิดปากนำไข่ออกมา
แล้ว นำไข่ที่ได้ใส่ลงในถังฟักที่เตรียมไว้ ไข่ที่ได้จะมีสีส้ม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.1 เซนติเมตร และไข่จะฟักเป็นตัว ภายใน 48 ชั่วโมง

ผลการวิจัยปรากฏว่า จากจำนวนแม่พันธุ์ปลาทั้งหมด 40 ตัว มีแม่ปลาที่สามารถให้ลูกได้เพียง 8 ตัว เฉลี่ยปริมาณความดกของไข่ 15.87 ฟอง ต่อแม่ อัตราการรอดตายจากลูกปลาทั้งหมด 127 ตัว แล้วเลี้ยงอนุบาลเป็นระยะเวลา 5 เดือน เหลือลูกปลา 85 ตัว

อาจารย์วัชระ บอกว่า ที่ผ่านมามีการเพาะเลี้ยงปลาตะพัดมาแล้ว จำนวน 6 รุ่น ขณะนี้ผลการทำงานถือว่าดีในระดับหนึ่ง คือสามารถพัฒนาการเพาะพันธุ์ได้สำเร็จ และความตั้งใจต่อไปคือต้องการเพิ่มจำนวนปลาให้มากยิ่งขึ้น เพื่อรอวันปล่อยลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ

อาจารย์วัชระ บอกว่า เพิ่งเพาะได้สำเร็จ ภายหลังได้ศึกษามาถึง 3 ปี ถือเป็นปลาที่มีสายพันธุ์ใกล้กับปลาตะเพียน แต่จากลักษณะเด่นและแปลกคือ มีปากที่ดูดกินตะไคร่น้ำเป็นอาหาร มีตำแหน่งปากอยู่ด้านล่างของหู ดูคล้ายกับปลาซัคเกอร์ จึงมักพบปลาชนิดนี้จะอยู่ชุกชุมในบริเวณน้ำตก เพราะมีออกซิเจนสูงและมีตะไคร่น้ำอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หากไม่พบปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำดังกล่าว สันนิษฐานได้ 2 อย่าง คือ น้ำกำลังเสีย เพราะปลาชนิดนี้ถือเป็นตัวชี้วัดดัชนีคุณภาพน้ำได้ หรือปลาถูกจับไปขาย ซึ่งทั้งสองกรณีดังกล่าวนำไปสู่การสูญพันธุ์ของปลาชนิดนี้

อาจารย์วัชระ บอกว่า อุปสรรคอย่างหนึ่งของการเพิ่มประชากรปลาจิ้งจกคือ ฤดูกาล ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงเริ่มต้นจะใช้ พ่อ-แม่พันธุ์ตามธรรมชาติ แต่การหา พ่อ-แม่พันธุ์ เหล่านั้นยังขาดความสมบูรณ์และคุณภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากฤดูกาลและความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ

ปลาจิ้งจก มีขนาดตัวโตเต็มวัย ประมาณ 10 เซนติเมตร ประเทศที่พบปลาชนิดนี้นอกจากไทยแล้ว มักพบในประเทศแถบอาเซียนที่อยู่รอบประเทศไทย

ปัจจุบัน การเพาะขยายพันธุ์ปลาชนิดนี้ถือเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง และต้องมีการพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงเพื่อให้ได้จำนวนมากต่อไป

อาจารย์ญาณนันท์ สุนทรกิจ อาจารย์ประจำสาขาประมง หนึ่งในทีมงานวิจัยกล่าวเสริมว่า นอกจากนั้นแล้ว ยังมีความสำเร็จทางด้านการเพาะพันธุ์ปลาซิวหางแดงและปลาซิวข้างขวาน  ซึ่งปลาเหล่านี้ถือเป็นตัววัดคุณภาพน้ำ เพราะเป็นปลาสูงที่หากินตามผิวน้ำ ดังนั้น หากมีสารเคมีชนิดใดตกลงไปในแหล่งน้ำเพียงแค่ 0.001 มิลลิกรัม ต่อลิตร จะมีผลต่อปลาชนิดนี้ทันที

“ดังนั้น ถ้าปลาเหล่านี้ตาย ฟันธงได้เลยว่า แหล่งน้ำบริเวณนั้นมีความผิดปกติแน่นอน เพราะปลาพันธุ์นี้ตายง่าย จึงถูกจัดเป็นปลาสูง และจะสูญพันธุ์เร็ว อีกประเด็นของการสูญพันธุ์เนื่องจากเป็นปลาที่มีความสวยงาม จึงมักถูกจับไปเลี้ยงเป็นปลาตู้ หรืออาจถูกจับไปเป็นอาหาร เพราะสามารถจับได้ง่ายด้วยการตักขึ้นมาแล้วจะได้ทั้งตัวเล็กตัวน้อยเป็นครอบ ครัว ดังนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้จึงหมดโอกาสให้ปลาชนิดนี้แพร่ขยายพันธุ์

ทั่วประเทศไทยมีพันธุ์ปลาซิวอยู่ จำนวน 16 ชนิด แต่ที่จันทบุรีมีถึง 10 ชนิด ขณะนี้ทางคณะมีโครงการจะเก็บรวบรวมพันธุ์ให้ได้มากที่สุด จากนั้นจะเพาะเก็บไว้เพื่อให้ได้จำนวนมากเพียงพอก่อนแล้วจึงจะปล่อยลงแหล่ง น้ำตามธรรมชาติเพื่อสร้างสมดุลต่อไป”

การปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ดูแลพันธุ์ปลาพื้นบ้านรวมไปถึงสัตว์น้ำ อีกหลายอย่างในจังหวัดจันทบุรีนั้น หากคนทั่วไปยังขาดความรู้ หรือแม้แต่ยังไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านั้นก็อาจนำมาซึ่งอุปสรรคต่อเจตนารมณ์

ดังนั้น ทางคณาจารย์และนักศึกษาของคณะต่างมีความเห็นในแนวทางเดียวกันคือ ควรรวบรวมปลาพื้นบ้านทั้งหมด และสัตว์น้ำชนิดอื่น พร้อมรายละเอียด แล้วจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้เห็น ได้รู้ จึงถือเอางานสำคัญของมหาวิทยาลัย คืองานรักษ์เหลืองจันท์ วันดอกไม้บาน ในปี 2546 เป็นจุดเริ่มต้นนับจากนั้น

ในครั้งนั้นจัดแสดงปลาในตู้ ที่อยู่ภายในเต็นท์เป็นการชั่วคราว ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก กระทั่งเวลาต่อมามีการปรับปรุงอาคาร ตกแต่งบรรยากาศให้เป็น สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำพื้นบ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าชมได้ทุกวัน

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำพื้นบ้าน ตั้งอยู่บริเวณสาขาเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี เป็นแหล่งที่รวบรวมพันธุ์ปลาพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ที่มีมากกว่า 60 ชนิดและสายพันธุ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเป็นแหล่งความรู้เรื่องพันธุ์ปลาพื้นบ้านของ จังหวัด ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าชมได้ตลอดเวลา ทุกวันในเวลาราชการ ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น.

สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ สาขาเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี โทรศัพท์ (039) 307-260, (039) 307-261-4 ต่อ 184

ระหว่าง วันที่ 11-17 กุมภาพันธ์ 2556 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก จัดงาน “ราชมงคลรักษ์เหลืองจันท์ วันดอกไม้บาน ครั้งที่ 12” ณ วิทยาเขตจันทบุรี อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี

 

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา  เรื่อง/ รูป

ที่มา http://www.matichon.co.th

ม.ค. 31st by 89-5MHZ

วิธีแก้ปัญหาเมื่อเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ทุกปัญหาด้านสุภาพเด็ก วัยรุ่น และครอบครัวมีคำตอบ กับ รายการ Sweet Clinic เปิดคลินิกสุภาพ กับ พญ.วราพร พันธุมโกมล และ ดีเจ คุณาพร คุณาพรธรรม ทุกวันพุธ เวลา 15.00-16.00น. ทาง FM 89.5 MHz

YouTube Preview Image

ม.ค. 30th by 89-5MHZ


สำรวจความนิยมของตลาดเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อัพเดทเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และหลากหลายปัญหาคอมพิวเตอร์ที่นี่มีคำตอบ กับรายการคอมพิวเตอร์ทูเดย์ ทุกวันพุธ เวลา 19.30-20.00น. FM 89.5 MHz

 

ม.ค. 30th by 89-5MHZ

ช่วงหมุนตามเทคโนโลยี สุดยอดเคสไอโฟน เป็นทั้งเคสทั้งสเปรย์พริกไทย ใช้ป้องกันตัวได้ราคาไม่แพง

ช่วงหมุนตามเศรษฐกิจและสังคม 2012 ติดท็อปเทนปีที่โลกร้อนที่สุด

ช่วงหมุนตามโลกเด็กและเยาวชน ปอดบวมในเด็ก ภัยวันอากาศเปลี่ยน

 

ม.ค. 30th by 89-5MHZ

ฉลากอักษร เบรลล์ ให้คนพิการทางสายตา ผลงาน มทร.ธัญบุรี ปิดท้ายด้วยช่วงสวยใสไร้ปัญหา เรื่อง  โรคมะเร็งผิวหนัง โดย รศ.นพ.อภิชัย อังสพัทธ์  ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย

 

ม.ค. 30th by 89-5MHZ

Page 1 of 38