เปิดรายการด้วยประเด็นสถานการณ์ในพื้นที่ 3จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทั้งการเจรจากลุ่มบีอาร์ เอ็น จับแกนนำพื้นที่ธารโต และคนร้ายลอบวางระเบิด จ.นราธิวาส ทำให้มีทหารเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 14 นาย และผลกระทบจากอากาศร้อน คุยข่าวรอบสัปดาห์ กับ เดียว ธีรเดช งามเหลือ และ ออย อริศรา อัฉริยะศิลป์ เกาะทุกประเด็นกับรายการ RMUTT NEWS พิกัดข่าวเด่น ออกอากาศ ทุกวันเสาร์เวลา 19.30-20.00 น. ทาง FM 89.5 MHz.

YouTube Preview Image

มี.ค. 30th by 89-5MHZ

รายการ RMUT Society ศุกร์นี้พูดคุยกับ  ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เรื่อง เครื่องปั้มระบบไฮดรอลิกพร้อมแม่พิมพ์แบบผสมสำหรับปั้มขึ้นรูปฆ้อง ดำเนินรายการโดย ดร.กุลกนิษฐ์ ทองเงา ทุกวันศุกร์ เวลา 19.30 น. ทาง FM 89.5 MHz.

 

มี.ค. 29th by 89-5MHZ

ช่วงหมุนตามเทคโนโลยี นาซาพบสัญญาณ “จุลินทรีย์” เคยดำรงชีพบนดาวอังคาร

ช่วงหมุนตามเศรษฐกิจและสังคม ‘ซึมเศร้า’ รักษาหายขาดได้

ช่วงหมุนตามโลกเด็กและเยาวชน ชมเด็ก-ดาบสองคม

 

มี.ค. 29th by 89-5MHZ

ช่วงข่าวฟังสบาย “กรมสุขภาพจิต เผย ไทยติดอันดับใช้ความรุนแรงในเด็กและสตรีอันดับ 7 ของโลก”

ช่วงที่สองสาระฟังสบาย “เตรียมสุขภาพให้พร้อม ก่อนทำสวยด้วยเทคโนโลยี”

ช่วงบันเทิงสบาย มีหนังสือนอกเวลาที่ให้ความรู้และความบันเทิงเรื่อง“เป็นเหยื่อหรือฮีโร่ คุณเลือกได้” และ “14 วิธีคิด เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น”

 

มี.ค. 29th by 89-5MHZ

ช่วงหมุนตามเทคโนโลยี อดนอนร่างกายวิปริต ยีนต่างๆทำงานรวน

ช่วงหมุนตามเศรษฐกิจและสังคม สูตรไม่ลับ! เมื่อคนเมืองอยากปลูกผัก (กินเอง)

ช่วงหมุนตามโลกเด็กและเยาวชน “นมวัว” เหตุกระตุ้นภูมิแพ้ในเด็ก

 

มี.ค. 29th by 89-5MHZ

เก็บตกงานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2013ที่ผ่านมา และช่วยแนะนำโปรแกรมกู้ข้อมูล Hard Disk ใช้โปรแกรมอะไรดี  อัพเดทเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และหลากหลายปัญหาคอมพิวเตอร์ที่นี่มีคำตอบ กับรายการคอมพิวเตอร์ทูเดย์ ทุกวันพุธ เวลา 19.30-20.00น. FM 89.5 MHz

 

มี.ค. 29th by 89-5MHZ

“หมากเม่า” หรือเม่าหลวง ผลไม้พื้นบ้านอีสานพบมากที่สุดบนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร เดิมทีชาวบ้านนิยมนำมารับประทานผลสด จนมีงานวิจัยบ่งชี้ว่ามีสารประกอบฟินอลิก ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสี่ยงในโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับอาหาร เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน หัวใจ อัลไซเมอร์ รวมทั้งช่วยชะลอความแก่ อีกทั้งมีสรรพคุณครบถ้วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่รากถึงใบ  จากประโยชน์ที่ว่านี้ ดร.สุดารัตน์ สกุลคู หัวหน้างานวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร  จึงนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาแปรรูปต่อยอดเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งน้ำเม่าพร้อมดื่ม แยม ไวน์ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่เกษตรกร และได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้รักสุขภาพ

ดร.สุดารัตน์ บอกว่า งานวิจัยและพัฒนาเริ่มมาตั้งแต่ปี 2538 โดยคณะทำงานได้สำรวจพันธุ์ไม้ในชุมชนตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยร่วมกับเครือข่ายอินแปง พบว่าป่าเทือกเขาภูพานมีต้นหมากเม่าหลวงขึ้นอยู่ทั่วไป จากการศึกษาวิจัยพบว่าทุกส่วนของพืชชนิดนี้ ตั้งแต่รากถึงใบมีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะพบว่ามีแคลเซียมและธาตุเหล็ก อีกทั้งผลสุกมี 3 รส ทั้งหวาน เปรี้ยว ฝาด จึงเริ่มดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชพื้นบ้าน อนุรักษ์สายพันธุ์หมากเม่า และเริ่มพัฒนาเป็นน้ำหมากเม่า ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการแปรรูปผลไม้พื้นเมืองของไทย โดยตลอด 18 ปี การพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ทำให้ผลไม้พื้นเมืองที่ไม่มีคนรู้จักกลายเป็นที่นิยม ไปพร้อมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์อีกหลากหลายรูปแบบ จนปัจจุบันได้นำหมากเม่ามาต่อยอดจากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หมากเม่าสำหรับใช้ในสปา  โดยมีแนวคิดนำน้ำหมากเม่ามาเป็นส่วนผสมของสบู่ก้อน โดยปัจจุบันสบู่หมากเม่ามี 3 สูตร คือสบู่น้ำหมากเม่า สบู่ใบชาหมากเม่า และสบู่จากเอนไซม์หมากเม่า  ซึ่งมีสรรพคุณคือทำให้ผิวพรรณกระชับเต่งตึง เนียน ใส นอกจากสบู่ก้อนแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามอื่นๆ ที่จะนำไปใช้ในกิจการสปาทั้งสบู่เหลว โลชั่น สครับ ทั้งนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์หมากเม่า มาเป็นเครื่องสำอางสำหรับใช้ในสปานั้น นับเป็นการยกระดับไปอีกก้าว ที่ถือว่าสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลไม้พื้นบ้านให้สูงขึ้น ซึ่งในอนาคต ดร.สุดารัตน์ สกุลคู ยืนยันว่ามีแนวโน้มที่จะมีการนำหมากเม่ามาใช้เป็นวัตถุดิบมากขึ้นทั้งการผลิตเป็นน้ำเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สปา อีกทั้งเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมอาหารให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการต่อยอดให้ผลไม้พื้นบ้านของไทยเป็นที่รู้สึกในระดับสากลต่อไป

 

สุรีรัตน์ นพยอด

สถานีวิทยุกระจายเสียง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

http://radio895.rmutt.ac.th

 

มี.ค. 28th by 89-5MHZ

เมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเวทีใหญ่ ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.2556-2558 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของประเทศไทย ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อระดมสมองภาคประชาชน และหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และนำมาปรับปรุง เพื่อให้ยุทธศาสตร์การศึกษาดังกล่าวมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้กว่า1,200 คน

การประชุมดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ช่วงโดยในช่วงเช้า เป็นการนำเสนอและอภิปราย ภาพรวมยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ. 2556-2558 นำโดย ดร.โอฬารไชยประวัติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการประชุม ซึ่งสรุปความสำคัญไว้ว่า การศึกษานับเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศรัฐบาลได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง จึงกำหนดนโยบาย เรื่องคุณภาพการศึกษา การพัฒนาคุณภาพครู-อาจารย์ การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาทุกระดับ การเพิ่มผลสัมฤทธิ์การศึกษา รวมทั้งมุ่งกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค และเป็นธรรม โครงการ “กองทุนตั้งตัวได้” เป็นการสร้างโอกาสให้นักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และผู้จบการศึกษาไปแล้วไม่เกิน 5 ปี ได้เป็นเจ้าของกิจการ อีกทั้งในปัจจุบันหลายๆ ประเทศ ใช้ PISA ในการวัดมาตรฐานของเด็ก ซึ่งในอนาคตตั้งเป้าว่าเด็กไทยจะสามารถทำคะแนนPISA ได้ในระดับ 1 ใน 20 (จาก 60 ประเทศ)

ขณะที่   ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนตรี จุฬาวัฒนทล ประธานสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ขอให้มุ่งเน้นเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และนวัตกรรม เพื่อนำพาไปสู่สังคมผู้สร้างและสังคมผู้คิดริเริ่มสร้างสรรค์ มิใช่เป็นเพียงสังคมผู้บริโภค อีกทั้งยังให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวคิดนโยบายการศึกษาแห่งชาติ Thailand needs STEM workforce development by World-Class Quality  หรือ “STEM Education” อาทิ                         การสร้างเครือข่าย STEM Education  และประสานพันธมิตรในทุกมิติได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการและสถานศึกษากรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ องค์การระหว่างประเทศอาเซียน และประเทศต่างๆ สมาคมวิชาการและวิชาชีพ มูลนิธิเพื่อการศึกษา และผู้จ้างงานที่ใช้วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมและบริการ ภาคเกษตรกรรม และSME เพื่อร่วมกันสร้างสังคมผู้คิดริเริ่มสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังเสนอให้มี STEM Academy ประจำจังหวัด เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้เชี่ยวชาญของ สสวท. หรือ STEM Ambassador ซึ่งค้นหาผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อาทิ ด้านพลังงาน ธุรกิจโลจิสติกส์ สิ่งแวดล้อม                                  มาแนะนำหรือให้ความรู้ใน 4 กลุ่มเป้าหมายคือ ครูวิทย์-คณิต นักเรียน ผู้มีความสามารถพิเศษ และประชาชน

ด้าน รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวถึง จุดเน้นที่สำคัญของอาชีวศึกษา เช่น การอาชีวศึกษากับการกำหนดตำแหน่ง (Positioning) ของประเทศไทยกำหนดแผนพัฒนากำลังคนระดับชาติและจังหวัด ที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนย้ายแรงงานในประชาคมอาเซียน การพัฒนาหลักสูตรแบบฐาน สมรรถนะที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพ โดยสมาคมวิชาชีพเป็นผู้กำหนดและจัดการเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการอย่างเข้มข้นในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ระบบทวิภาคี และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้เรียน จัดการเรียนรู้แบบ Problem-Based Learning หรือ Project-Based Learning เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของผู้เรียน  และควรให้ความสำคัญกับการเทียบโอนประสบการณ์และผลการเรียน เช่น ประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์ทำงานและการฝึกอบรมเข้าสู่การศึกษาในระบบ ทั้งการอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดจนการยกฐานะวิชาชีพครูอาชีวะ มีการพัฒนาหลักสูตรผลิตครูช่าง โดยเน้นประสบการณ์การทำงานในสถานประกอบการ การพัฒนาทักษะด้านอาชีวศึกษา  และวิชาครู พัฒนาระบบค่าตอบแทนให้เชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และภารกิจของครู ยุทธศาสตร์การจัดการระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และฝึกอาชีพ ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานทั้งปริมาณและคุณภาพ เป็นต้น

 

สุรีรัตน์ นพยอด

สถานีวิทยุกระจายเสียง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

http://radio895.rmutt.ac.th

มี.ค. 28th by 89-5MHZ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคุณภาพชั้นนำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มุ่งเน้นการผลิตนักปฏิบัติด้านวิชาชีพ เพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม เน้นจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาบนพื้นฐาน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ สร้างบัณฑิตที่สามารถปฏิบัติงานได้จริง เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน รวมทั้งเน้นงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ชุมชน งานวิจัยต้องสามารถพัฒนา แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนได้ รวมถึงเป็นงานวิจัยที่นำไปสู่การผลิต การบริการ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศได้

ทั้งนี้ภายใต้การนำของ ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดี  เปิดเผยว่า เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานขององค์กรและเตรียมความพร้อมแก่นักศึกษาเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ได้มอบนโยบายให้อาจารย์ผู้สอนสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนให้นักศึกษาตื่นตัว เพิ่มศักยภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยจะใช้เรื่องวิชาการ งานวิจัย ใช้เครือข่ายศิลปวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อยอดพัฒนา เชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศอาเซียนต่างๆ ภายใต้การบริหารจัดการด้วยระบบธรรมาภิบาล มุ่งไปกลุ่มประเทศแม่น้ำโขง ตั้งแต่จีน เวียดนาม พม่า ลาว กัมพูชา เพราะกลุ่มประเทศดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว

โดยมหาวิทยาลัยมีศูนย์ภาษา ศูนย์อาเซียนศึกษา ตั้งอยู่ศูนย์กลางนครราชสีมา เพื่อให้ความรู้แก่นักศึกษาเกี่ยวกับอาเซียน และพัฒนาทักษะด้านภาษา มีศูนย์เวียดนามศึกษา ที่วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ศูนย์เขมรศึกษา ที่วิทยาเขตสุรินทร์ ศูนย์ลาวศึกษา ที่วิทยาเขตสกลนคร และศูนย์พม่าศึกษา ที่วิทยาเขตขอนแก่น ให้บริการแก่นักศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภาษา ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศอาเซียน ให้นักศึกษาได้มีองค์ความรู้ เข้าใจวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตอันนำไปสู่การสร้างมิตรภาพ เชื่อมสัมพันธ์ไมตรี และความตื่นตัวพร้อมในการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ ส่วนด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นักศึกษา บุคลากร เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น ทำความร่วมมือกับ Royal University of Agriculture ประเทศกัมพูชา เพื่อแลกเปลี่ยนนักศึกษาเทียบโอนหน่วยกิตด้านการเกษตร หรือความร่วมมือกับ Northern Agriculture and Forestry College หลวงพระบาง ประเทศลาว ศึกษาดูงานซึ่งกันและกัน โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศอาเซียน นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาแล้ว ยังทำให้มุมมองในการทำงาน การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กไทยกับเด็กประเทศสมาชิกอาเซียน ทำให้นักศึกษามีเครือข่าย มีเพื่อนที่จะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยจะมีการเปิดปิดภาคเรียน พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับทิศทางของประเทศอาเซียน โดยยึดตามมาตรฐานสากล เช่น กลุ่มบัญชี ปรับหลักสูตรเป็นสหวิชาได้มาตรฐานอาเซียน หรือกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ กลุ่ม 7 สาขาอาชีพที่เคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรี พัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวกับธุรกิจ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิต ให้ได้มาตรฐาน เทียบเท่าสากล บัณฑิตที่จบออกไปจะได้มีคุณภาพ และมีตลาดแรงงานรองรับ รวมถึงยังเปิดกว้างให้นักศึกษาต่างชาติสามารถเข้ามาเรียนได้อีกด้วย  เพราะตลาดแรงงานในปี 2558 ไม่ได้หมายถึงสถานประกอบการ บริษัท หน่วยงานในประเทศไทยเท่านั้น แต่ขยายวงกว้างไปอีก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียน บัณฑิตไทย มทร.อีสาน จึงต้องมีทักษะความพร้อมสามารถปฏิบัติงานได้จริง รู้จักการปรับตัว เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานมากที่สุด  ทั้งนี้หากองค์กร หรือหน่วยงานใดสนใจเยี่ยมชม มทร.อีสาน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 044-233-000 หรือ http://www.rmuti.ac.th

 

สุรีรัตน์ นพยอด

สถานีวิทยุกระจายเสียง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

http://radio895.rmutt.ac.th

 

มี.ค. 28th by 89-5MHZ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ทั้ง 8 แห่ง ประกอบด้วย  มทร.ธัญบุรี มทร.กรุงเทพ มทร.สุวรรณภูมิ มทร.ตะวันออก มทร.รัตนโกสินทร์ มทร.ศรีวิชัย มทร.อีสาน และมทร.ล้านนา  จัดการประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ครั้งที่ 5  และการประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 4  ในหัวข้อ “การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Technology & Innovation Development for Sustainability) ระหว่างวันที่  15-16 กรกฎาคม 2556   ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22  เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้จากการที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.2548 โดยจัดตั้งจำนวน 9 แห่งขึ้นแทนสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีที่มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่มุ่งเน้นการปฏิบัติ การสอน การวิจัย ผลิตครูวิชาชีพ ให้บริการทางวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม  โดยให้ผู้สำเร็จการอาชีวศึกษามีโอกาสในการศึกษาต่อด้านวิชาชีพเฉพาะทางระดับปริญญาเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมา มทร.ทั้ง 9 แห่ง ได้มีเครือข่ายดำเนินงานร่วมกันในหลายกิจกรรม อาทิ การจัดการเรียนการสอน การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การบริหารจัดการ การประกันคุณภาพ รวมถึงการวิจัยและบริการวิชาการโดยเฉพาะการจัดประชุมวิชาการ มทร. ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 และหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละครั้ง โดยปีนี้ มทร.พระนครได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการ มทร.ครั้งที่ 5 และการประชุมวิชาการนานาชาติ มทร.ครั้งที่ 4

ทั้งนี้จึงขอเชิญชวนคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นักถ่ายทอดเทคโนโลยี และผู้ที่สนใจ ร่วมส่งบทความออนไลน์เข้าร่วมการประชุมในหัวข้อ “การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Technology & Innovation Development for Sustainability)  ได้ที่  http://rmutcon.rmutp.ac.th ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่  31  มีนาคม 2556

 

สุรีรัตน์ นพยอด

สถานีวิทยุกระจายเสียง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

http://radio895.rmutt.ac.th

 

มี.ค. 28th by 89-5MHZ

Page 1 of 38