“ผ้าขาวม้า” ที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย และด้วยลวดลายก็มีหลากหลาย บวกกับสีสันที่สวยสดใส ปัจจุบันจึงมีการนำผ้าขาวม้ามาประยุกต์ดัดแปลงทำเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย ซึ่ง “กระเป๋าผ้าขาวม้า” นี่ก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ผ้าขาวม้าทำออกมาได้อย่างสวยงาม เป็นสินค้าประเภทงานแฮนด์เมดที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้สร้างสรรค์ได้ดี ไม่แพ้ผลิตภัณฑ์อื่น และวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลการทำมานำเสนอ…

******

เก็บตกจากการที่ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดงาน “37 ปี เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ราชมงคลธัญบุรี สร้างคุณค่าสู่สังคมไทย” เมื่อวันที่ 17-18 ก.ค. 2556 ที่ผ่านมา ภายในงานมีการสาธิต อบรม สอนอาชีพหลากหลายอาชีพ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีการสอนการทำ “กระเป๋าผ้าขาวม้า” กระเป๋าผ้าที่ทำจากผ้าขาวม้า

อ.ศรุต สุขสวัสดิ์ อาจารย์คณะเทคโนโลยีคหกรรม ศาสตร์ ภาควิชาออกแบบแฟชั่นและการจัดการสินค้า บอกว่า สำหรับผ้าขาวม้านั้น โดยส่วนตัวมองว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์โดยนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย เป็นการแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ผู้ทำก็อาจจะทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ ใช้เวลาว่างมาทำเพื่อเสริมรายได้ อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ผ้าขาวม้าและส่งเสริมภูมิปัญญาชาวบ้านด้วย

ด้วยคุณสมบัติของผ้าขาวม้าที่มีเนื้อผ้าที่หลากหลาย มีลวดลายและสีสันที่สวยสดใส ผ้าขาวม้าจึงสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เนื้อผ้า อย่างการนำผ้าขาวม้ามาดัดแปลงแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น กระเป๋า การออกแบบก็สามารถทำได้หลายแบบหลายทรง อาทิ กระเป๋าถุงผ้า, กระเป๋าย่าม, กระเป๋าอเนกประสงค์, กระเป๋าใส่โทรศัพท์ เป็นต้น หรือจะนำผ้าขาวม้ามาทำเป็นเสื้อ หรือใช้ผ้าขาวม้ากับงานห่อปกก็ได้

“สำหรับการทำกระเป๋าผ้าขาวม้า เป็นงานแฮนด์เมด ทำด้วยมือ สามารถเพิ่มรูปแบบ แตกรายสินค้าได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับไอเดีย และความสามารถของแต่ละบุคคล” อ.ศรุต กล่าว ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็ได้หยิบยกการทำกระเป๋าผ้าขาวม้าแบบ “กระเป๋าถุงผ้า” ที่สามารถเปลี่ยนทรงกระเป๋าได้ถึง 4 รูปแบบ มานำเสนอ…

“การทำกระเป๋าถุงผ้าจากผ้าขาวม้า ก็ทำได้หลายขนาด แล้วแต่ต้องการ แต่ไม่ควรทำไซซ์ที่เล็กกว่า 20 เซนติเมตร เพราะกระเป๋าที่ทำออกมาจะเล็กเกินไป” อ.ศรุต กล่าวแนะนำ

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำ หลัก ๆ ก็มีดังนี้คือ…ผ้าขาวม้า, ผ้าคอตตอน, ชอล์กเขียนผ้า, เชือก (สำหรับทำเป็นสายรูดปิดปากกระเป๋า), อุปกรณ์ตัดเย็บ พวก เข็ม ด้าย กรรไกร เป็นต้น

ขั้นตอนการทำ…เริ่มจากการตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตามขนาดที่ต้องการทำเป็นแพตเทิร์น จากนั้นก็เลือกผ้าขาวม้าตามลายและสีที่ต้องการ ใช้แพตเทิร์นวางลงบนผ้าขาวม้า ใช้ชอล์กขีดเส้นตามแพตเทิร์น ใช้กรรไกรตัดตามแพตเทิร์นให้ห่างจากเส้นที่ขีดไว้ประมาณ 1 เซนติเมตร ก็จะได้ผืนผ้าขาวม้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เตรียมไว้ แล้วก็ทำการตัดผ้าคอตตอนให้ได้ขนาดเท่ากับผ้าขาวม้าอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งสีผ้าคอตตอนที่เลือกจะต้องเข้ากับสีของผ้าขาวม้าที่ใช้ด้วย

เมื่อได้ผ้าแบบ เป็นผ้าขาวม้า 1 ชิ้น ผ้าคอตตอน 1 ชิ้น ก็นำผ้าทั้ง 2 มาประกบกัน จากนั้นทำการเย็บผ้าทั้ง 2 ชิ้นให้ติดกัน โดยเย็บตามเส้นที่ใช้ชอล์กขีดไว้ จะใช้มือเย็บหรือจะใช้จักรเย็บก็ได้ แต่จะต้องเย็บให้แน่นหนา เย็บให้รอบจนเกือบครบรอบ โดยให้เหลือช่องไว้เล็กน้อย จากนั้นก็กลับด้านเอาด้านนอกออกมา ทำการเย็บปิดช่องให้เรียบร้อย (เหมือนการเย็บทำหมอน เพียงแต่ไม่ต้องยัดนุ่นหรือใยสังเคราะห์เข้าไป)

เมื่อเย็บเสร็จ ก็จะได้เป็นผ้าทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส จากนั้นก็ทำการพับผ้าให้เป็นรูปสามเหลี่ยม โดยเอาด้านที่เป็นผ้าขาวม้าออกด้านนอก แบ่งผ้าที่พับเป็นสามเหลี่ยมออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน โดยการพับเข้าหากัน หลังจากที่แบ่งส่วนเท่ากันแล้ว ใช้ชอล์กขีดเส้นตรงรอยที่พับแบ่ง แล้วใช้เข็มเย็บตามรอยขีดทั้ง 2 ด้าน เสร็จแล้วก็วัดจากรอยเย็บขึ้นไปด้านบนยอดประมาณ 1 นิ้ว เมื่อวัดได้แล้วก็พับลงมาครึ่งหนึ่ง ทำการเย็บตามแนวเส้นที่ขีดไว้ สำหรับทำเป็นปากถุงใส่เชือกไว้รูดปิด-เปิด ขั้นตอนสุดท้ายก็เป็นการพับก้นถุงผ้า ซึ่งสามารถพับและปรับได้ 4 แบบ ตามแต่ต้องการ

ทั้งนี้ การออกแบบการทำกระเป๋าจากผ้าขาวม้าของ อ.ศรุตนั้น สำหรับเผยแพร่ให้ความรู้กับชุมชนหรือหน่วยงานที่สนใจอยากเรียนรู้ ไม่ได้มุ่งทำขาย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสำหรับการทำกระเป๋าถุงผ้าขนาด 60 เซนติเมตร จะอยู่ที่ประมาณ 90 บาท ซึ่งการทำเป็น “ช่องทางทำกิน” การตั้งราคาขาย ก็สามารถจะตั้งได้ที่ประมาณ 135 บาท

******

สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการทำ “กระเป๋าผ้าขาวม้า” ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป ชุมชน หรือหน่วยงาน ทาง อ.ศรุต สุขสวัสดิ์ ยินดีให้ความรู้การทำ ซึ่งสามารถโทรศัพท์ไปสอบถามได้ที่เบอร์ 0-2549-3161, 08-5675-4415.

 

ที่มา http://www.dailynews.co.th/article/384/221799

ก.ค. 31st by 89-5MHZ

ช่วงหมุนตามเทคโนโลยี นาซามองหาเชื้อเพลิงจรวดที่เป็นมิตรต่อคนและสิ่งแวดล้อม

ช่วงหมุนตามเศรษฐกิจและสังคม อาหารช่วยลด คอเลสเตอรอล

ช่วงหมุนตามโลกเด็กและเยาวชน 10 วิธีง่ายๆ ช่วยให้ลูกเก่งภาษา

 

ก.ค. 31st by 89-5MHZ

นักศึกษา มทร.ธัญบุรีศึกษาแบคทีเรียที่ใช้ในการดองผักกาด สร้างโนฮาวน์สำหรับต่อยอดเชิงพาณิชย์ และช่วงสวยใสไร้ปัญหา เรื่อง แผลเป็นคีลอยด์ โดย นพ.ยิ่งยศ สันติธนานนท์ ศัลยแพทย์ตกแต่ ง วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล รายการ RMUT VARIETY ทุกวันอังคาร เวลา 19.30 – 20.00น. ดำเนินรายการโดย กุลกนิษฐ์ ทองเงา และทีมงาน ทาง FM 89.5 MHz.

 

ก.ค. 31st by 89-5MHZ

ช่วงหมุนตามเทคโนโลยี เจาะปม “ไอโฟน” ไฟดูดดับ! – ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางป้องกัน

ช่วงหมุนตามเศรษฐกิจและสังคม รมว.สาธารณสุข ยืนยัน สารเมทิลโบรไมด์ในข้าวไม่มีผลต่อสุขภาพ

ช่วงหมุนตามโลกเด็กและเยาวชน “แคลเซียม” สำคัญกับลูกน้อยอย่างไร

 

ก.ค. 30th by 89-5MHZ

ช่วงแวดวงการศึกษา มทร.พระนคร จับมือ มทร.รัตนโกสินทร์ และเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จัดทำเว็บไซต์สูตรอาหารไทยออนไลน์ ตอบสนองคนยุคใหม่ค้นคว้าความรู้เรื่องของอาหาร  มทร.รัตนโกสินทร์ จับมือคมชัดลึก และพันธมิตร จัดโครงการทำดีเพื่อน้อง ให้เด็กชายขอบ และ มทร.ธัญบุรี หนุนจัดโซนนิ่งร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย

ช่วงข่าวรับสมัครงานและทุนการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เปิดรับสมัครนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2557 โดยการมอบทุนยกเว้นค่าหน่วยกิต

ช่วงสาระความรู้ทั่วไป 7 ธัญพืชหาง่าย ทานแล้วได้สุขภาพดี

ก.ค. 30th by 89-5MHZ

ช่วงหมุนตามเทคโนโลยี พลังงานปริศนาจากฟากฟ้า สู่กาแล็กซี่อันไกลโพ้น

ช่วงหมุนตามเศรษฐกิจและสังคม CNN ระบุ ความปลอดภัยบนท้องถนนไทยต่ำที่สุดในโลก

ช่วงหมุนตามโลกเด็กและเยาวชน ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “เทอร์โบ (Turbo)”

 

ก.ค. 30th by 89-5MHZ

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และปฏิบัติการภาคสนาม และตลาดราชมงคล ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ อำเภอหันตรา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี ผศ.จริยา หาสิตพานิชกุล อธิการบดี พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังรับฟังบรรยายสรุปความคืบโครงการจัดตั้ง ศูนย์ การเรียนรู้ฯ ว่า เป็นโครงการที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่งเพราะถือเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เป็น ประโยชน์ สามารถเติมเต็มให้ชุมชนสังคมได้ครบวงจร นอกจากนักเรียนนักศึกษาจะได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพและแสดงผลงานแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางการตลาดแก่เกษตรกรที่นำผลผลิตมาจำหน่าย และเป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์ได้อีกทางหนึ่งด้วย ที่สำคัญจะเป็นสถานที่รวบรวมสินค้าภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัด ใกล้เคียงมาจำหน่ายให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา ในเบื้องต้นใช้งบประมาณการก่อสร้างอาคารจำนวน ๑๐ ล้านบาท และจะส่งเสริมให้ส่วนราชการอื่นและภาคเอกชนเข้ามาร่วมกันสนับสนุนให้ศูนย์ แห่งนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

สำหรับโครงการ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และปฏิบัติการภาคสนาม และตลาดราชมงคล มีวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างเพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้ และให้บริการทางวิชาการ/วิชาชีพแก่ชุมชนและสังคม รวมทั้งแสดงผลงานต่างๆของอาจารย์และนักศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของมหาวิทยาลัย ผลิตผลทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของชุมชนและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมในเขตภาคกลางตอนบนอีกด้วย

 

ที่มา  http://www.moe.go.th

ก.ค. 29th by 89-5MHZ

วันนี้เปิดรายการด้วย ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง เร่งทำฝนหลวงเติมน้ำเขื่อนป่าสักฯ ประสบการณ์หลังกลับจากไปสิงคโปร์ และปันปัน รับสารภาพเคยเสพยา คุยข่าวรอบสัปดาห์ กับ เดียว ธีรเดช งามเหลือ และ ออย อริศรา อัฉริยะศิลป์ เกาะทุกประเด็นกับรายการ RMUTT NEWS พิกัดข่าวเด่น ออกอากาศ ทุกวันเสาร์เวลา 19.30-20.00 น. ทาง FM 89.5 MHz.

YouTube Preview Image

ก.ค. 28th by 89-5MHZ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารสิรินธรอย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2556

ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ได้กล่าวถึงอาคารสิรินธร ว่า ก่อสร้างขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นอาคารศูนย์กลางปฏิบัติการรวม ของคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ตลอดจนยังเป็นศูนย์รวมห้องปฏิบัติการสำหรับรายวิชาเรียนภาคปฏิบัติของนัก ศึกษาในคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ที่ต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือฝึกวิชาชีพ เพื่อประกอบการเรียนการสอน

อาคารสิรินธร มีลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 หลัง เชื่อมต่อกันด้วยสะพานเหล็กถักที่ระดับพื้นชั้น 2 และระดับพื้นชั้น 3 อาคารส่วนหน้าสูง 4 ชั้น อาคารส่วนหลังสูง 8 ชั้น มีพื้นที่รวม 22,000 ตารางเมตร ใช้เป็นห้องบรรยาย ห้องปฏิบัติการเครื่องมือพื้นฐาน ห้องปฏิบัติการด้านวิศวกรรม ห้องเขียนแบบคอมพิวเตอร์ ห้องประชุม และห้องจัดแสดงผลงานของคณาจารย์ และนักศึกษา นับเป็นสถานที่ ที่รวมเอาห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์งานช่างภาคปฏิบัติให้มารวมศูนย์อยู่ในที่ แห่งเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแล การบริหารจัดการ และเพื่อให้คณาจารย์และนักศึกษาสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆเพื่อการเรียนการ สอนภาคปฏิบัติได้โดยสะดวก

“อาคารสิรินธร จะเป็นศูนย์รวมอุปกรณ์เครื่องมือและสื่อการสอนสำหรับการเรียนภาคปฏิบัติที่ มีความครบวงจรและมีความทันสมัยที่สุด ตลอดจนเป็นสถานที่แสดงผลงานและแลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อคิดค้นนวัตกรรมและการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆ ของนักศึกษาและคณาจารย์ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้สาธารณชนได้เห็น และให้ความเชื่อมั่นว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างนักศึกษาสายช่างหรือนักปฏิบัติ และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยังได้ยกระดับทักษะด้านการปฏิบัติให้กับนักศึกษา ให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัย นอกจากจะเก่งในเรื่องการปฏิบัติแล้ว ยังมีกระบวนการเรียนการสอนที่ช่วยกระตุ้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของนัก ศึกษา ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะความรู้ที่เป็นสากลให้กับนักศึกษา” ดร.สาธิตพร้อมเสริมว่า

ในวันนี้นักศึกษาที่เดินเข้าสู่รั้วราช มงคลกรุงเทพ สองในสามส่วนจะเรียนจบมาจากสายสามัญคือ เรียบจบ ม.6 แล้วมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย อีกหนึ่งส่วนจะมาจากสาย ปวช. หรือจบ ปวส. เพราะค่านิยมของผู้ปกครองที่มักส่งบุตรหลานเรียนต่อสายสามัญจนจบ ม.6 มากกว่าที่จะส่งบุตรหลานเรียนเรียน ปวช. ซึ่งเป็นสายอาชีพตั้งแต่เริ่มต้น และคาดการณ์ว่านักเรียนที่จบ ม.6 จะเป็นนักศึกษาส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยฯ ต่อไปในอนาคต

จุดเด่นของนักศึกษาที่จบสายสามัญแล้วเข้า มาเรียนต่อระดับปริญญาตรีสายอาชีพคือ เก่งทักษะด้านวิชาการ แต่จุดอ่อนคือพื้นฐานทักษะด้านการปฏิบัติ จะไม่เก่งเท่านักเรียนที่จบจากสาย ปวช. หรือ ปวส. ดังนั้นสาธารณูปโภค อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการฝึกปฏิบัติ ในอาคารสิรินธร จะเป็นสถานที่บ่มเพาะทักษะการทำงานภาคปฏิบัติให้นักศึกษาที่จบ ม.6 แล้วมาศึกษาต่อ เพื่อให้มีพื้นฐานและความชำนาญด้านการปฏิบัติงานที่เทียบเคียงกับนักศึกษา ที่มีฐานมาจากสายอาชีพตรง เพื่อผลิตนักศึกษาที่เก่งคิด เก่งปฏิบัติ เข้าสู่ภาคธุรกิจและรักษาจุดแข่งที่เป็นแก่นแท้ของมหาวิทยาลัยคือ ผลิตบุคลากรสายอาชีพที่มีคุณภาพ และพร้อมปฏิบัติงานได้ทันทีที่เข้าสู่องค์กร วิสัยทัศน์ของราชมงคลกรุงเทพในวันนี้“ทักษะเก่งปฏิบัติ” ก็ยังคงอยู่ในสายเลือดของนักศึกษาราชมงคลกรุงเทพทุกคน และนับวันจะยิ่งทวีความสมบูรณ์และครบเครื่องมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านทักษะเรื่องฝีมือ ทักษะเรื่องการคิดสร้างสรรค์ และเรื่องของจิตใจ

เพราะเป้าหมายของราชมงคลกรุงเทพไม่ได้มี วิสัยทัศน์เพียงแค่การผลิตบัณฑิตสายอาชีพเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานในประเทศ เท่านั้น ในวันนี้ระบบเศรษฐกิจแบบเปิดและเชื่อมถึงกันไปทั่วโลก ผ่านเทคโนโลยีที่มีให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะอีกราว 2 ปีข้างหน้า ระบบเศรษฐกิจไทยก็จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สิ่งเหล่านี้คือโจทย์ที่กลับมาสู่มหาวิทยาลัยฯ ว่า เรายังผลิตนักศึกษาแบบเดิมๆ อยู่หรือไม่

สิ่งที่มหาวิทยาลัยฯ กำลังพยายามทำให้กับนักศึกษาราชมงคลกรุงเทพทุกคนคือ สร้างพื้นที่ให้กับนักศึกษาในภูมิภาคอาเซียน นักศึกษาต้องสามารถที่จะเข้าไปทำงานได้ทุกที่ทุกประเทศ โดยเฉพาะในอีก 9 ประเทศสมาชิก ด้วยอัตลักษณ์ที่มหาวิทยาลัยฯ พยายามพัฒนาให้เกิดขึ้นในบัณฑิตที่จบจากราชมงคลกรุงเทพทุกคน คือ มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นคนที่มีจิตอาสา มีวินัย รู้จักหน้าที่ สามารถทำงานเป็นทีม เพื่อสร้างบัณฑิตที่ครบเครื่องคือ “เก่งคิด เก่งปฏิบัติ มีความคิดสร้างสรรค์ และเป็นคนดี”

นอกจากนี้ นักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยฯ แห่งนี้ ยังจะต้องมีทักษะที่เป็นสากล 4 ด้านคือ 1.ทักษะด้าน IT จะต้องได้มาตรฐาน นักศึกษาจะต้องมีความรู้ด้าน IT โดยเฉพาะเทคโนโลยีโปรแกรมต่างๆ ขั้นพื้นฐานเพื่อใช้ในการทำงาน 2.ทักษะด้านการนำเสนองาน หมายถึงต้องมีความสามารถด้านการนำเสนอได้ดี ทั้งด้านการพูดนำเสนอและการผลิตสื่อเพื่อนำเสนอ ซึ่งทักษะนี้จะเป็นแต้มต่อและสร้างโอกาสที่ดีให้กับนักศึกษา เพราะถึงจะเก่งคิดเก่งปฏิบัติ และถ้าถ่ายทอดออกมาให้องค์กรธุรกิจหรือคนที่ต้องเกี่ยวข้องกับนักศึกษาในการ ทำงานได้รับรู้และเข้าใจไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์ 3.ทักษะด้านภาษาอังกฤษสื่อสาร โดยมุ่งเน้นพัฒนาความรู้ด้านภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษา เพื่อสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันและการทำงานได้ และ 4.ทักษะในการทำงานต่างวัฒนธรรม หมายถึง การเรียนรู้วัฒนธรรม กฎ ระเบียบ และข้อห้ามต่างๆ ของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศใน AEC เพื่อช่วยในการสร้างสรรค์ผลงาน และสร้างโอกาสในการทำงานและดำรงชีวิตในวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างได้

 

ที่มา  http://www.banmuang.co.th

ก.ค. 26th by 89-5MHZ

ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวว่า ขณะนี้ มทร.ธัญบุรี ได้เข้าไปมีบทบาทในด้านบริการงานวิชาการให้กับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ โดย มทร.ธัญบุรีได้รับมอบหมายให้จัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพสาขาโล จิสติกส์ ซึ่งในปัจจุบันสาขาดังกล่าวมีความจำเป็นสำหรับประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการและความต้องการระดับสากล สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จึงเล็งเห็นว่า ควรมีการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพในสาขานี้ด้วยเช่นกัน

ผศ.ดร. ปานเพชร กล่าวอีกว่า การดำเนินการของ มทร.ธัญบุรีนั้น ในเบื้องต้นจากการเข้าประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้กำหนดสายงานที่จะดำเนินการมี 7 สายงาน ได้แก่ สายงานจัดซื้อ และจัดจ้าง สายงานการจัดการขนส่งและการกระจายสินค้า สายงานการส่งออกและนำเข้า สายงานสินค้าคงคลังและจัดการสินค้า สายงานการบริการลูกค้า สายงานสนับสนุนโลจิสติกส์ และสายงานการจัดการโลจิสติกส์ โดยหลังจากนี้ มทร.ธัญบุรี จะร่วมมือกับสมาคม สมาพันธ์ และกลุ่มสถาบันที่เกี่ยวข้องกับงานโลจิสติกส์ ซึ่งจะทำหน้าที่ให้ข้อมูลกับ มทร.ธัญบุรี เพื่อแยกตำแหน่งหน้าที่ ความสามารถของบุคลากร นำมาเขียนเป็นมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์ ใช้ในการวัดระดับความสามารถต่อไป โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้กำหนดไว้ 9 ระดับ แต่ในบ้างสาขาการวัดระดับความสามารถอาจไม่ถึง 9 ระดับ ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาชีพนั้น และหลังจากการมาตรฐานวิชาชีพสำเร็จแล้ว จะนำไปออกเป็นข้อสอบ เพื่อใช้วัดผล โดยใช้หลักการ Competence ซึ่งประกอบด้วย 1.ความรู้ 2.ทักษะ 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดย มทร.ธัญบุรีจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด และสามารถวัดผลได้ทุกสายงานโลจิสติกส์ เพราะในปี 2558 การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การรับบุคลากรเข้าทำงาน มาตรฐานวิชาชีพจะช่วยวัดบุคลากรที่จะเข้าทำงานตรงนี้ได้

รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า หลังจากเขียนเป็นแกนกลางมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์แล้วเสร็จ สถาบันคุณวิชาชีพจะให้ มทร.ธัญบุรีไปดำเนินการดู Code of Conduct ของกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อจัดรหัสให้ตรงกับ International Labor Organization ต่อไป ในส่วนของสถาบันการศึกษา หากมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์แล้วเสร็จ จะช่วยให้สถานศึกษาที่ต้องการเปิดสาขาโลจิสติกส์ สามารถนำไปกำหนดในเนื้อหาหลักสูตรได้เลย เพราะรายงานชิ้นนี้ จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการบุคคลากรในสาขาวิชาชีพนี้

“รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้มอบหมายให้ มทร.ธัญบุรีดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งใน มทร.ธัญบุรีเองได้มีการสอนวิชาโลจิสติกส์เช่นกัน และการดำเนินงานในครั้งนี้ จะช่วยให้อาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้รับประสบการณ์และความรู้ในเรื่อง โลจิสติกส์จากผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียนการสอนนักศึกษาในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการกำหนดมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพโลจิสติกส์นั้น ขณะนี้ประเทศไทยเป็นจุดศุนย์กลางโลจิสติกต์ด้านการขนส่งทางอากาศและทางบน อยู่แล้ว หากเราสามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ดี จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก” ผศ.ดร.ปานเพชร กล่าวในที่สุด

 

ที่มา  http://www.banmuang.co.th

ก.ค. 26th by 89-5MHZ

Page 1 of 38