สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการการสร้างภาคีในการผลิตบัณฑิตระดับ ปริญญาโท-เอก กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.ร.) มุ่งเน้นการทำวิทยานิพนธ์ที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรม และสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของภาคเอกชน ระบุมีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาภายใต้โครงการฯ จำนวน 158 คน เป็นมหาบัณฑิต 144 คน ดุษฏีบัณฑิต 14 คน

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ความร่วมมือของทั้งสองสถาบันว่า เพื่อผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีความสอดคล้องกับความต้องการของทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐทั้งปริมาณ และคุณภาพ ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ นับเป็นแห่งที่ 2 ในจำนวนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ที่ได้เปิดการเรียนการสอนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถจัดการศึกษาสายวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง โดยเน้นหนักที่ภาคการปฏิบัติ ดังนั้นภารหน้าที่หลักที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือการผลิตบัณฑิตเชิงคุณภาพ ทั้งในระดับปริญญาตรี-โท-เอก ออกสู่สังคมที่มีความหลากหลายเพื่อการพัฒนาประเทศ

“วว. เป็นองค์กรคลังความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความพร้อมในการให้ความร่วมมือในการให้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ทั้งในด้านองค์ความรู้ทางวิชาการภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ข้อมูลข่าวสาร ความพร้อมของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตลอดจนเครื่องมือ อุปกรณ์ และห้องปฏิบัติการที่เป็นมาตรฐานสากล วว. ได้ให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆภายใต้การดำเนินโครงการภาคีบัณฑิตฯ ในลักษณะนี้มาแล้ว และด้วยศักยภาพของทั้งสองหน่วยงาน โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีประวัติการจัดตั้งและทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศมายาวนาน จะสามารถนำมาซึ่งการส่งเสริมสนับสนุนให้ความร่วมมือสำเร็จลุล่วงตามวัตถุ ประสงค์ที่ตั้งไว้

รศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นนิมิตหมายอันดีและจะเป็นแนวทางการปฏิบัติที่จะนำไปพัฒนาศักยภาพทาง ด้านวิชาการและด้านอื่นๆ ของทั้งสองหน่วยงาน โดยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของวิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ มทร.ร. จะได้รับผลประโยชน์และการสนับสนุนจาก วว. เพื่อการดำเนินงานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนาองค์ความรู้ที่ก่อเกิด ประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคม

ดร.โศรดา วัลภา นักวิจัยอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว. ในฐานะคณะกรรมการและเลขานุการโครงการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม นับเป็นจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ขณะนี้ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากจำนวนบุคลากรที่ให้คำแนะนำในการทำวิทยานิพนธ์ที่มีอยู่อย่างจำกัด เครื่องมือในการทดลองวิเคราะห์ทดสอบที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเรียนสูงที่นักศึกษารับผิดชอบในกรณีที่ไม่ได้รับทุน

“วว. ตระหนักถึงข้อจำกัดดังกล่าวจึงได้ตั้งโครงการการสร้างภาคีบัณฑิตฯ ในปี 2548 ที่ผ่านมาโครงการประสบความสำเร็จด้วยดี โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 231 คน เป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท 208 คน ปริญญาเอก 23 คน และมีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาแล้วจำนวนทั้งสิ้น 158 คน เป็นมหาบัณฑิต 144 คน และดุษฏีบัณฑิต 14 คน นับเป็นความสำเร็จร่วมกันระหว่าง วว. และเครือข่ายพันธมิตรทางการศึกษา 28 แห่งทั่วประเทศ ที่ร่วมกันสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ให้นำความรู้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีมาใช้พัฒนาประเทศไทย”คณะกรรมการและเลขานุการโครงการฯ กล่าว

นักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์ประสานงานโครงการสร้างภาคีในการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก โทร. 0 2577 9176 (ดร.โศรดา วัลภา) ในวันเวลาราชการหรือศึกษารายละเอียดที่ www.tistr.or.th/thesis

ที่มา http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413368377

ต.ค. 31st by 89-5MHZ



Leave a Reply