ด้วยศักยภาพของประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นแกนนำในการสร้างประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะการศึกษา ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีความเข้มแข็ง เพราะการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกๆ ด้าน เมื่อหลายประเทศในแถบทวีปเอเชียต่างเดินหน้าพัฒนาเตรียมความพร้อมทางการศึกษา เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 5 ปีข้างหน้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี หนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐก็เป็นอีกหนึ่งที่เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร และหลักสูตรการเรียนการสอนเช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาอื่นในประเทศ

ทั้งนี้ รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า การขับเคลื่อนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับประชาคมอาเซียนในประเทศไทยนั้น เบื้องต้นยังเป็นแค่การรับรู้ซึ่งแตกต่างจากบางประเทศ เช่นสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ที่มีการตื่นตัวอย่างชัดเจน แต่สำหรับประเทศไทยนั้น บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องรอ โดยเฉพาะเรื่องของภาษาอังกฤษ ที่ มทร. ธัญบุรี ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องโดยทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรโดยเฉพาะ อาจารย์ในคณะต่างๆ ไปฝึกอบรมและเสริมประสบการณ์ด้านภาษาต่างประเทศ โดยเน้นหลักสูตรที่มีความเข้มข้นและได้ผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง เช่น คณะศิลปศาสตร์ ไปฝึกอบรมที่นิวซีแลนด์ คณะบริหารธุรกิจฝึกอบรมที่ประเทศอังกฤษ นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยฯ มีการสนับสนุนให้ปรับระบบการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ การสอบวัดระดับ (Exit Exam) การจัดการฝึกอบรมด้านภาษา ให้กับนักศึกษาและบุคลากรร่วมกับสถาบันสอนภาษาต่างประเทศ เช่น AUA สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น การจัดหาสื่อและทรัพยากรการเรียนรู้ เช่น หนังสือบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ บทเรียนออนไลน์ มุมบริการด้านภาษาในห้องสมุด เพื่อส่งเสริมและสร้างสภาพแวดล้อมการใช้ภาษาต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้อาจารย์ทำการวิจัยด้วยการหาโจทย์ข้างนอกเข้ามา ซึ่งมีหลายรูปแบบ แต่จะเน้นไปที่เรื่องของ USR หรือ University Social Responsibility เป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับภาคสังคม ต่อเนื่องไปถึงภาคการศึกษาด้วย เพราะเมื่องานวิจัยเป็นที่น่ายกย่องเชิดชูแล้ว ก็จะส่งผลให้การเพิ่มมูลค่าเพิ่มองค์ความรู้ กับอาจารย์ตามสาขาวิชา เพื่อถ่ายทอดให้กับนักศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นับเป็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับการลงทุน ที่ผ่านมา มทร.ธัญบุรี ใช้ความรู้ของอาจารย์เป็นเครื่องชี้นำโดยไม่ได้นำความต้องการของภาคผู้ประกอบการเข้ามา แต่ขณะนี้มหาวิทยาลัยฯ พยายามสอดแทรกกิจกรรมดังกล่าว โดยให้มีกรรมการภายนอกเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาดและที่สำคัญเพื่อให้เป็นเจ้าของธุรกิจอย่างครบวงจร ซึ่งใน 10-20 ปีข้างหน้าการผลิตบุคลากรดังกล่าวจะมีอัตราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ดีขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่จะสะท้อนถึงความสำเร็จทางการศึกษาไทยด้วยเช่นกัน

สุรีรัตน์ นพยอด

สถานีวิทยุกระจายเสียง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

www.rmutt.ac.th

มิ.ย. 23rd by 89-5MHZ



Leave a Reply