เมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเวทีใหญ่ ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.2556-2558 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของประเทศไทย ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อระดมสมองภาคประชาชน และหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และนำมาปรับปรุง เพื่อให้ยุทธศาสตร์การศึกษาดังกล่าวมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้กว่า1,200 คน

การประชุมดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ช่วงโดยในช่วงเช้า เป็นการนำเสนอและอภิปราย ภาพรวมยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ. 2556-2558 นำโดย ดร.โอฬารไชยประวัติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการประชุม ซึ่งสรุปความสำคัญไว้ว่า การศึกษานับเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศรัฐบาลได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง จึงกำหนดนโยบาย เรื่องคุณภาพการศึกษา การพัฒนาคุณภาพครู-อาจารย์ การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาทุกระดับ การเพิ่มผลสัมฤทธิ์การศึกษา รวมทั้งมุ่งกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค และเป็นธรรม โครงการ “กองทุนตั้งตัวได้” เป็นการสร้างโอกาสให้นักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และผู้จบการศึกษาไปแล้วไม่เกิน 5 ปี ได้เป็นเจ้าของกิจการ อีกทั้งในปัจจุบันหลายๆ ประเทศ ใช้ PISA ในการวัดมาตรฐานของเด็ก ซึ่งในอนาคตตั้งเป้าว่าเด็กไทยจะสามารถทำคะแนนPISA ได้ในระดับ 1 ใน 20 (จาก 60 ประเทศ)

ขณะที่   ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มนตรี จุฬาวัฒนทล ประธานสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ขอให้มุ่งเน้นเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และนวัตกรรม เพื่อนำพาไปสู่สังคมผู้สร้างและสังคมผู้คิดริเริ่มสร้างสรรค์ มิใช่เป็นเพียงสังคมผู้บริโภค อีกทั้งยังให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวคิดนโยบายการศึกษาแห่งชาติ Thailand needs STEM workforce development by World-Class Quality  หรือ “STEM Education” อาทิ                         การสร้างเครือข่าย STEM Education  และประสานพันธมิตรในทุกมิติได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการและสถานศึกษากรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ องค์การระหว่างประเทศอาเซียน และประเทศต่างๆ สมาคมวิชาการและวิชาชีพ มูลนิธิเพื่อการศึกษา และผู้จ้างงานที่ใช้วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมและบริการ ภาคเกษตรกรรม และSME เพื่อร่วมกันสร้างสังคมผู้คิดริเริ่มสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังเสนอให้มี STEM Academy ประจำจังหวัด เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้เชี่ยวชาญของ สสวท. หรือ STEM Ambassador ซึ่งค้นหาผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อาทิ ด้านพลังงาน ธุรกิจโลจิสติกส์ สิ่งแวดล้อม                                  มาแนะนำหรือให้ความรู้ใน 4 กลุ่มเป้าหมายคือ ครูวิทย์-คณิต นักเรียน ผู้มีความสามารถพิเศษ และประชาชน

ด้าน รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวถึง จุดเน้นที่สำคัญของอาชีวศึกษา เช่น การอาชีวศึกษากับการกำหนดตำแหน่ง (Positioning) ของประเทศไทยกำหนดแผนพัฒนากำลังคนระดับชาติและจังหวัด ที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนย้ายแรงงานในประชาคมอาเซียน การพัฒนาหลักสูตรแบบฐาน สมรรถนะที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพ โดยสมาคมวิชาชีพเป็นผู้กำหนดและจัดการเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการอย่างเข้มข้นในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ระบบทวิภาคี และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้เรียน จัดการเรียนรู้แบบ Problem-Based Learning หรือ Project-Based Learning เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของผู้เรียน  และควรให้ความสำคัญกับการเทียบโอนประสบการณ์และผลการเรียน เช่น ประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์ทำงานและการฝึกอบรมเข้าสู่การศึกษาในระบบ ทั้งการอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดจนการยกฐานะวิชาชีพครูอาชีวะ มีการพัฒนาหลักสูตรผลิตครูช่าง โดยเน้นประสบการณ์การทำงานในสถานประกอบการ การพัฒนาทักษะด้านอาชีวศึกษา  และวิชาครู พัฒนาระบบค่าตอบแทนให้เชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และภารกิจของครู ยุทธศาสตร์การจัดการระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และฝึกอาชีพ ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานทั้งปริมาณและคุณภาพ เป็นต้น

 

สุรีรัตน์ นพยอด

สถานีวิทยุกระจายเสียง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

http://radio895.rmutt.ac.th

มี.ค. 28th by 89-5MHZ



Leave a Reply