“หมากเม่า” หรือเม่าหลวง ผลไม้พื้นบ้านอีสานพบมากที่สุดบนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร เดิมทีชาวบ้านนิยมนำมารับประทานผลสด จนมีงานวิจัยบ่งชี้ว่ามีสารประกอบฟินอลิก ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสี่ยงในโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับอาหาร เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน หัวใจ อัลไซเมอร์ รวมทั้งช่วยชะลอความแก่ อีกทั้งมีสรรพคุณครบถ้วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่รากถึงใบ  จากประโยชน์ที่ว่านี้ ดร.สุดารัตน์ สกุลคู หัวหน้างานวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร  จึงนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาแปรรูปต่อยอดเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งน้ำเม่าพร้อมดื่ม แยม ไวน์ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่เกษตรกร และได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้รักสุขภาพ

ดร.สุดารัตน์ บอกว่า งานวิจัยและพัฒนาเริ่มมาตั้งแต่ปี 2538 โดยคณะทำงานได้สำรวจพันธุ์ไม้ในชุมชนตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยร่วมกับเครือข่ายอินแปง พบว่าป่าเทือกเขาภูพานมีต้นหมากเม่าหลวงขึ้นอยู่ทั่วไป จากการศึกษาวิจัยพบว่าทุกส่วนของพืชชนิดนี้ ตั้งแต่รากถึงใบมีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะพบว่ามีแคลเซียมและธาตุเหล็ก อีกทั้งผลสุกมี 3 รส ทั้งหวาน เปรี้ยว ฝาด จึงเริ่มดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชพื้นบ้าน อนุรักษ์สายพันธุ์หมากเม่า และเริ่มพัฒนาเป็นน้ำหมากเม่า ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการแปรรูปผลไม้พื้นเมืองของไทย โดยตลอด 18 ปี การพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ทำให้ผลไม้พื้นเมืองที่ไม่มีคนรู้จักกลายเป็นที่นิยม ไปพร้อมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์อีกหลากหลายรูปแบบ จนปัจจุบันได้นำหมากเม่ามาต่อยอดจากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หมากเม่าสำหรับใช้ในสปา  โดยมีแนวคิดนำน้ำหมากเม่ามาเป็นส่วนผสมของสบู่ก้อน โดยปัจจุบันสบู่หมากเม่ามี 3 สูตร คือสบู่น้ำหมากเม่า สบู่ใบชาหมากเม่า และสบู่จากเอนไซม์หมากเม่า  ซึ่งมีสรรพคุณคือทำให้ผิวพรรณกระชับเต่งตึง เนียน ใส นอกจากสบู่ก้อนแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามอื่นๆ ที่จะนำไปใช้ในกิจการสปาทั้งสบู่เหลว โลชั่น สครับ ทั้งนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์หมากเม่า มาเป็นเครื่องสำอางสำหรับใช้ในสปานั้น นับเป็นการยกระดับไปอีกก้าว ที่ถือว่าสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลไม้พื้นบ้านให้สูงขึ้น ซึ่งในอนาคต ดร.สุดารัตน์ สกุลคู ยืนยันว่ามีแนวโน้มที่จะมีการนำหมากเม่ามาใช้เป็นวัตถุดิบมากขึ้นทั้งการผลิตเป็นน้ำเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สปา อีกทั้งเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมอาหารให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการต่อยอดให้ผลไม้พื้นบ้านของไทยเป็นที่รู้สึกในระดับสากลต่อไป

 

สุรีรัตน์ นพยอด

สถานีวิทยุกระจายเสียง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

http://radio895.rmutt.ac.th

 

มี.ค. 28th by 89-5MHZ



Leave a Reply