การศึกษายังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคน พัฒนาชาติ แน่นอนว่าเยาวชนในชุมชนเมืองย่อมมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่ดีเยี่ยม ดีเลิศ และมีคุณภาพมากกว่าเยาวชนในต่างจังหวัด ช่องว่างที่เกิดนี้กำลังส่งผลต่อความเท่าเทียมทางการศึกษาของเด็กไทย แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่อยากลดช่องว่างดังกล่าวให้เล็กลง ผ่านกิจกรรมอาสาเพื่อให้เด็กต่างจังหวัดได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
นายสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา กรรมการบริหาร บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด กล่าวว่า กระดานดำกับกระทิงแดง เกิดขึ้นเนื่องจากเชื่อว่าการมอบทุนและให้โอกาสกับนิสิตนักศึกษาได้ออกไปทำสิ่งดีๆ นั้น ส่งผลยิ่งใหญ่ไม่ใช่แค่กับความภาคภูมิใจของนิสิตนักศึกษาเอง แต่กับโอกาสที่จะเข้าถึงความรู้ของเด็กๆ ในแต่พื้นที่ทั่วประเทศในเวลาเดียวกันด้วย ถือเป็นการสร้างคน และสร้างสังคมไปพร้อมๆ กัน ในปี 2554 นี้ โครงการ ยังคงตั้งมั่นในแนวคิด ที่จะกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงยังถิ่นทุรกันดารในทุกภาคของประเทศ จึงเกิดขึ้นอีกครั้งเป็นปีที่ 10 ซึ่งปีนี้มีการมอบทุนแก่ผู้ชนะเลิศในโครงการจำนวน 10 โครงการ รวม 10 ทุน ทุนละ 100,000 บาท เพื่อร่วมสนับสนุนกิจกรรมค่ายอาสาโครงการต่างๆ ของนิสิต-นักศึกษาที่เป็นสาธารณประโยชน์ และเล็งเห็นถึงความสำคัญในชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล และยังต้องการความช่วยเหลือ
โดย 10 โครงการค่ายอาสาพัฒนาชุมชนที่ผ่านเข้ารอบ ได้แก่ โครงการ “ค่ายอาสาสร้างอาคารเรียนสานใจโดม 11” จ.แม่ฮ่องสอน ของชุมนุมค่ายอาสาพัฒนาชาวไทยภูเขา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / โครงการ “ค่ายมุสลิมอาสาพัฒนาชนบทและสานความรู้สู่น้อง ครั้งที่ 12” จ.พังงา ของชมรมมุสลิม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี / โครงการ “วิศวฯ บริการสังคม” จ.ราชบุรี ของชมรมวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยศรีปทุม / โครงการ “รามฯ รักษ์ป่า ร่วมใจอาสา สร้างห้องสมุดเพื่อน้อง” จ.ลำปาง ของกลุ่มรามฯ รักษ์ป่า มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา /โครงการ “ค่ายพี่วิศวกรรม มทร.กรุงเทพ พัฒนาโรงเรียนน้อง ครั้งที่ 3” จ.พัทลุง ของชมรมวิศวกรรมอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล / โครงการ “ค่ายพืชสวนสู่ชนบทครั้งที่ 26” จ.ตาก ของชมรมพืชสวนประดับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง / โครงการ “ค่ายอาสาพัฒนาครั้งที่ 46” จ.ร้อยเอ็ด ของชมรมค่ายอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ / โครงการ “ค่ายอาสาพัฒนาชนบท ประจำปี 2554” จ.เชียงราย ของชมรมชาวเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ / โครงการ “วิศวะอาสาพัฒนาชนบท ครั้งที่ 11” จ.กาญจนบุรี ของชมรมวิศวะอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ และ โครงการ “กระดานดำ” จ.เชียงใหม่ ของศูนย์อาสาสมัครมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มธ.ศูนย์ลำปาง
ด้าน นายณัฐพล ธิใจ ตัวแทนจากชมรมวิศวะอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ที่นำเสนอโครงการ “วิศวะอาสาพัฒนาชนบท ครั้งที่ 11” จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้สำรวจตามโรงเรียนต่างๆ และเมื่อไปที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งในครั้งแรกมองว่าไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมาก แต่เมื่อลงพื้นที่จริงกลับพบว่าโรงเรียนของน้องๆ กลับห่างไกลความเจริญ ในโรงเรียนมีเพียงอาคารเรียนไม้เก่าๆ
ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่มีแม้แต่ห้องน้ำ เด็กๆ ต้องไปใช้ห้องน้ำของวัด จึงอยากช่วยเหลือน้องๆ และโครงการกระดานดำกับกระทิงแดงก็ทำให้ได้ทำงานเพื่อตอบแทนให้สังคมได้ช่วยเหลือน้องๆ ให้มีสถานที่เรียนที่เหมาะสมและเพียงพอ และที่สำคัญได้ใช้วิชาความรู้ที่ได้มาจากห้องเรียน นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง
ส่วน นายอัคมัล เจะมะ ตัวแทนจากชมรมมุสลิม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ที่นำเสนอโครงการ “ค่ายมุสลิมอาสาพัฒนาชนบทและสานความรู้สู่น้อง ครั้งที่ 12” ที่ จ.พังงา กล่าวว่า เนื่องจากเห็นว่าอาคารหลังเก่าของมัสยิดซอลาฮุดดีน จ.พังงา ทรุดโทรมมาก เวลาฝนตกชาวบ้านได้รับความลำบาก หากมีอาคารเรียนประกอบพิธีกรรมทางศาสนา น่าจะช่วยให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะใช้เป็นสถานที่สอนหนังสือให้เด็ก ใช้เป็นหอการประชุมของหมู่บ้าน พิธีแต่งงาน หรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมต่างๆ โดยสิ่งที่พวกตนได้รับจากการทำงานครั้งนี้ คือได้แลกเปลี่ยนความรู้กับชาวบ้าน เช่น วิธีในการสร้างอาคาร โดยชาวบ้านจะให้คำแนะนำ รวมถึงช่วยลงมือสร้างอาคารด้วย ได้เรียนรู้วิถีชีวิต การทำงาน การประกอบอาชีพของคนในชุมชนทางภาคใต้ และที่สำคัญได้ประสบการณ์จากการทำงานจริงจากการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้
เช่นเดียวกับ นายอชิรพัฒน์ ใจขำ ตัวแทนจากชมรมค่ายอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่นำเสนอโครงการ “ค่ายอาสาพัฒนาครั้งที่ 46” ที่ จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ทางชมรมต้องการพัฒนาโรงเรียนที่อยู่บนพื้นที่ในภาคเหนือหรือภาคอีสาน โดยโรงเรียนที่เลือกเข้าไปช่วยเหลือนั้น มีอาคารเรียนเพียง 1 หลัง ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน และยังเป็นโรงเรียนที่ภาครัฐบาลไม่เข้ามาช่วยเหลือ จากการเข้าร่วมโครงการ “กระดานดำกับกระทิงแดง” ครั้งนี้ ได้ช่วยเหลือน้องๆ ให้มีสถานที่เรียนอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ ยังได้ประสบการณ์ในการทำงานจริง ซึ่งไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน และที่สำคัญได้พัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น ได้ทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมด้วย

และนายจักรพงษ์ ฝายทองคำ ตัวแทนจากชุมนุมค่ายอาสาพัฒนาชาวไทยภูเขา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่นำเสนอโครงการ “ค่ายอาสาสร้างอาคารเรียนสานใจโดม 11” ที่ จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า สาเหตุที่พวกเขาเลือกศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” เนื่องจากเป็นสถานที่ห่างไกลจากความเจริญมาก  เด็กๆ ไม่มีแม้กระทั่งโรงเรียน ไม่มีห้องเรียน เวลาจะเรียนต้องไปอาศัยตามบ้านของชาวบ้าน สลับกันไป  ส่วนคุณครูเองก็ไม่มีที่พัก ดังนั้นจึงได้ทำการสร้างอาคารเรียนให้พวกน้องๆ โดยเชื่อว่าโครงการ จะสามารถช่วยลดความแตกต่างระหว่างชนบทที่ห่างไกลกับชุมชนเมือง เด็กๆ จะได้มีการศึกษา มีสถานที่ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกทั้งยังช่วยให้ชาวบ้านได้มีศูนย์ฝึกอาชีพ และที่สำคัญยังได้ประสบการณ์ในการทำงานจริง ได้ประสบกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตามสามารถติดตามควบคืบหน้าโครงการกระดานดำกับกระทิงแดง กับน้องๆ นักศึกษาทั้ง 10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ ที่จะออกค่ายทั่วประเทศในเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

 

สุรีรัตน์ นพยอด

สถานีวิทยุกระจายเสียง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

http://radio895.rmutt.ac.th

ก.ย. 29th by 89-5MHZ



Leave a Reply