ความขาดแคลนบุคลากรในสายอาชีวะ ส่งผลกระทบไปยังทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นแต่อุตสาหกรรมการพิมพ์ วันนี้ผู้ประกอบการประสบปัญหาเดียวกัน คือภาวะขาดคนทำงาน ทำให้จำต้องรับคนที่ไม่ตรงกับสายงานเข้ามาทำงาน จึงทำให้เสี่ยงต่อความสูญเสียในการผลิตอย่างมาก

โดย นายณัฏฐพงศ์ ลิมจิตติ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เล่าถึงสถานการณ์ขณะนี้ว่า โรงพิมพ์ทุกแห่งประสบปัญหาเดียวกันคือเครื่องจักรที่สั่งมามีราคาสูง แต่มีอุปสรรคในการหาบุคลากรมาใช้งาน ทำให้ต้องรับคนที่จบวิศวกรรมศาสตร์จบไฟฟ้า มาทำงานร่วมกับเครื่องจักร จึงเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการผลิตได้ ทั้งนี้หากวิเคราะห์สาเหตุความขาดแคลน สรุปได้ว่าเกิดจากคนเรียนสายอาชีวะมีไม่มาก และสาขาการพิมพ์ไม่เป็นที่นิยมเท่ากับสาขาอื่น ๆ อย่างช่างกลโรงงาน ที่สามารถทำงานได้กว้างกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วเด็กที่เรียนสาขาการพิมพ์นี้พบว่าได้งานทำตั้งแต่ยัง เรียนอยู่และเมื่อจบแล้วยังได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าผู้ ที่เรียนจบในสาขาอื่น ๆ อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการบางแห่งให้ทุนการศึกษากับเด็กที่สนใจเรียนสาขานี้ด้วย

แต่อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมการพิมพ์ถูกบรรจุให้เป็น 1 ใน 15 ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือการเตรียมพร้อมสู่การเปิดการค้าเสรีอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 ที่จะมีการเปิดเสรีทั้งการค้า การลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงาน ดังนั้น การสร้างทุนมนุษย์ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน ด้วยเหตุนี้ สถาบันการศึกษาด้านการพิมพ์ ทั้ง 14 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยสยาม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร, โรงเรียนดอนบอสโก, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยราชมงคลกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี,วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา, โรงเรียนวิศวกรรมแหลมฉบัง และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

จึงรวมตัวกัน บันทึกร่างเจตนารมณ์เพื่อก่อตั้ง Thailand Printing Academic Forum (TPAF) เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ด้านการพิมพ์ร่วมกัน เพื่อสร้างมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมการพิมพ์ และผลิตบุคลากรที่สามารถทำงานได้ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ รวมถึงการเป็นศูนย์กลางในการประสานงานความร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรภาครัฐ และเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ด้าน ดร.วิชัย พยัคฆโส คณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในฐานะประธานเครือข่าย Thailand Printing Academic Forum (TPAF) กล่าวว่าสถาบันการศึกษาทั้ง 14 แห่ง มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่นที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มีศูนย์การพิมพ์แห่งชาติตั้งอยู่ มีการเปิดสอนหลักสูตรด้านการพิมพ์ระยะสั้นตลอดทั้งปี ส่วนสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ก็มีการเปิดสอนด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ตั้งแต่ระดับ ปวช.ถึงปริญญาตรีและที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสอนด้านวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายและเทคโนโลยี การพิมพ์ในระดับปริญญาเอก

ซึ่งผลของความร่วมมือจะเกิดการใช้ทรัพยากรด้านการพิมพ์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรอาจารย์ผู้สอน ที่ในแต่ละสถาบันมีความสามารถเฉพาะด้าน รวมถึงการทำงานวิจัยร่วมกันเพื่อหานวัตกรรมใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ “ประเทศไทยเป็นแห่งเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่มีการสอนด้านการพิมพ์ตั้งแต่ หลักสูตรระยะสั้น ไปจนถึงระดับปริญญาเอก จึงมีความเป็นไปได้ว่าเมื่อมีการเปิดตลาดการค้าเสรีอาเซียนแล้วไทย อาจเป็นศูนย์กลางด้านการพิมพ์ของอาเซียน ทั้งในแง่การผลิตบุคลากรไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมการพิมพ์ของประเทศ หรือแม้แต่เข้าไปทำงานในธุรกิจด้านการพิมพ์ของนักลงทุนที่เข้ามาสร้างกิจการในประเทศไทย

สำหรับกระบวนการทำงาน จะสร้างข้อกำหนดมาตรฐานในอุตสาหกรรมการพิมพ์ จากความร่วมมือของผู้ เชี่ยวชาญในต่างประเทศ ทั้งในด้านเครื่องจักร บุคลากร กระบวนการผลิตและเข้าไปตรวจสอบพัฒนาให้กับภาคธุรกิจที่สนใจ และรับรองมาตรฐานให้ ทั้งยังสานต่อโครงการสหกิจศึกษาที่มีอยู่เดิมให้เข้มข้นขึ้น โดยจะให้นักศึกษาเข้ามาฝึกงานในสถานประกอบการด้านการพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ บันลือสาส์น เป็นต้น เมื่อความร่วมมือในการจัดตั้งเป็นผลสำเร็จ นอกจากอุตสาหกรรมจะได้รับรองมาตรฐานตามแบบสากลแล้ว สถาบันการศึกษายังผลิตคนได้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ ซึ่งภาคธุรกิจเองก็จะได้คนที่มีความเชี่ยวชาญ และทำให้ลดการสูญเสียการผลิตได้อย่างมหาศาล รวมถึงการสร้างบุคลากรที่ตรงกับการพัฒนาประเทศด้วย

สุรีรัตน์ นพยอด

สถานีวิทยุกระจายเสียง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

www.rmutt.ac.th

เม.ย. 29th by 89-5MHZ



Leave a Reply